NEWS

NEWS

ASIMAR จับมือ ECOMARINE เปิดตัว เรือเก็บขยะ และผักตบชวา // เมื่อวันที่ 2 พ.ย ที่ผ่านมา บริษัท มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASIMAR ร่วมกับบริษัท อีโค มารีน จำกัด ECOMARINE นำเรือเก็บผักตบชวาชนิดสายพานลำเลียงลำใหม่ล่าสุดที่ทางบริษัทเพิ่งต่อเสร็จเป็นลำที่ 22 ชื่อ ECO CLEANUP 22 สาธิตการเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากครองสรรพสามิต จ.สมุทรปราการ เรือลำนี้ทำจากวัสดุอลูมิเนียม น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่าย มีความคล่องตัวสูงและสามารถเก็บผักตบชวาได้เป็นจำนวนมากถึง 5 ตันต่อชั่วโมงและสามารถรับ น้ำหนักบรรทุกในแต่ละเที่ยว ได้มากถึง 5 ตัน ต่อมาเพื่อเป็นเครื่องจักรในการรับจ้างเก็บผักตบชวาหรือขยะในน้ำ หน่วยงานราชการและเอกชนที่สนใจ สามารถสอบถามได้ที่ www.ecomarine.co.th

อ่านเพิ่มเติม »

อู่ต่อเรือ บริษัท มาริอาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด รับงานต่อเรือไฟฟ้าให้ กทม. พร้อมให้บริการเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมเดือนธันวาคมนี้ / วันนี้ (18 ส.ค.) เวลา 10.00 น. นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมการต่อเรือไฟฟ้า จำนวน 7 ลำ ตามสัญญาโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม โดยมี นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ณ อู่ต่อเรือ บริษัท มาริอาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ รองผู้ว่าฯ สกลธี กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เพื่อดูความคืบหน้าการต่อเรือที่จะนำมาให้บริการในเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในการเดินเรือในคลองและต้องเป็นระบบที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งในอนาคตการเดินทางด้วยเรือในคลองของกรุงเทพมหานครจะเป็นรูปแบบเรือไฟฟ้าทั้งหมด โดยโครงการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม เริ่มให้บริการมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 61 เป็นเรือไฟฟ้า 1 ลำ เรือดีเซล 1 ลำ และเรือของสำนักการระบายน้ำ ซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้จัดหาเรือมาเพิ่มอีก จำนวน 7 ลำ โดยมอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการ อย่างไรก็ตาม คาดว่า การต่อเรือไฟฟ้าจะแล้วเสร็จทั้ง 7 ลำ ในเดือน พ.ย.นี้ โดยกำหนดนำมาให้บริการตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.เป็นต้นไป ซึ่งช่วงเดือน ต.ค.น่าจะทยอยส่งมอบได้ก่อน 2-3 ลำ ปัจจุบันคลองผดุงกรุงเกษมมีเรือให้บริการ 2 ลำ ให้บริการทุกวัน ซึ่งเรือที่ต่อใหม่นี้จะบรรทุกผู้โดยสารได้ 30 ที่นั่ง และมีพื้นที่สำหรับวีลแชร์ 1 ที่ โดยจะใช้เวลาชาร์จไฟประมาณ 4 ชั่วโมง สามารถให้บริการได้ 5 ชั่วโมงหรือประมาณ 5 เที่ยว และมีแผงโซลาร์เซลล์ เป็นระบบไฟสำรองสามารถวิ่งได้อีก 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งจะเพียงพอในการให้บริการประชาชน เนื่องจากเส้นทางเดินเรือมีระยะทางเพียง 5 กม. จำนวน 11 ท่า จากสถิติพบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ทำงานในหน่วยงานต่างๆ ตลอดเส้นทาง และมีนักเรียนใช้บริการด้วย อนาคตจะพัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง เช่น ตลาดนางเลิ้ง และยังสามารถต่อเชื่อมการเดินทางกับเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณท่าเรือเทเวศร์ สำหรับการจัดเก็บค่าโดยสารนั้น หลังจากทดลองให้บริการแล้วจะมีการเก็บค่าโดยสาร ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอัตราจะอยู่ที่ 10 บาท ตลอดสาย ทั้งนี้ จะต้องหารือกับทางคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังมีโครงการเดินเรือในคลองแสนแสบจากวัดศรีบุญเรืองไปมีนบุรี ซึ่งขณะนี้มีงบประมาณในการต่อเรือแล้ว แต่จะต้องมีการปรับปรุงท่าเรือใหม่ แทนท่าเรือที่ชำรุด ด้านผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กล่าวด้วยว่า จากการสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารเรือไฟฟ้าที่ผ่านมา พบว่า ผู้โดยสารมีความพึงพอใจมาก เพราะไม่มีมลพิษทางเสียงและกลิ่น รวมทั้งยังลดต้นทุนในเรื่องเชื้อเพลิงได้มาก โดยค่าน้ำมันในการเดินเรือ 1 ปี ใช้งบประมาณที่ 1 ล้านบาทต่อลำ เมื่อใช้เรือไฟฟ้ามีค่าไฟฟ้าเพียง 240,000 บาทต่อลำ สำหรับเรือที่ต่อใหม่ทั้ง 7 ลำนี้ ได้มีการปรับขนาดเรือให้เหมาะสมกับการเดินทางในคลองผดุงกรุงเกษมที่มีสะพานหลายจุดและตัวสะพานต่ำ โดยตัวเรือมีความยาว 9.90 ม. ความกว้าง 2.98 ม. รองรับผู้โดยสาร 30 ที่นั่ง น้อยกว่าเรือต้นแบบที่มี 40 ที่นั่ง เครื่องยนต์ของเรือใช้มาตรฐานเดียวกัน ขนาด 10 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่องยนต์ เทียบเท่าเครื่องยนต์ 20 แรงม้า และแบตเตอรี่ Li-on NMC ขนาดรวม 42 กิโลวัตต์ มีมาตรฐานป้องกันฝุ่น และน้ำ IP67 ทั้งตัวเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน และเพิ่มระยะการเดินทางของเรือให้มากขึ้นด้วย โดยจะควบคุมความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชั่วโมง ตามระเบียบของกรมเจ้าท่า อีกทั้งใช้เทคโนโลยีของประเทศเยอรมันซึ่งเป็นที่รู้จักระดับโลก สำหรับการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมได้กำหนดเดินเรือ จำนวน 11 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ท่าเรือหัวลำโพง ท่าเรือนพวงศ์ ท่าเรือยศเส ท่าเรือกระทรวงพลังงาน ท่าเรือแยกหลานหลวง ท่าเรือนครสวรรค์ ท่าเรือราชดำเนินนอก ท่าเรือประชาธิปไตย ท่าเรือเทเวศร์ และท่าเรือตลาดเทวราช ระยะทางรวม 5 กม. ครอบคลุมพื้นที่ 4 เขต ได้แก่ เขตพระนคร เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตปทุมวัน มีจุดเชื่อมต่อการเดินทาง จำนวน 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยา ที่ท่าเรือตลาดเทวราช จุดที่ 2 ต่อเรือแสนแสบ ที่ท่าเรือกระทรวงพลังงาน จุดที่ 3 ต่อรถไฟชานเมือง ที่ท่าเรือรถไฟหัวลำโพง และจุดที่ 4 ต่อรถไฟฟ้า MRT ที่ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งปัจจุบันให้บริการเดินเรือในวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 06.00-19.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. ความถี่ในการเดินเรือประมาณ 30 นาทีต่อลำ

อ่านเพิ่มเติม »

ทางบริษัท เอ แอนด์. มารีน (ไทย) จำกัด ได้จัดจำหน่ายเสื้อชูชีพ สำหรับเด็ก (LV-126C) และ ผู้ใหญ่ (LV-127) ในราคาที่ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยราคาตอนนี้พิเศษสุดส่งท้ายปี เพียงตัวละ 450 บาท ทั้งสองรุ่น ซึ่งทั้งสองรุ่นที่ทางเรานำมาจำหน่ายนั้น ได้ผลิตตามมาตรฐานของ ISO 12402-3 และยังได้รับการรับรองจากกลมเจ้าท่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตัวเสื้อชูชีพนั้นยังมีเทปสะท้อนแสงมาตรฐาน SOLAS ติดมากับตัวเสื้อให้เลย อีกทั้งยังมี นกหวีดมาตรฐานEC , สายรัดสามเส้น , สายรัดหว่างขา1 เส้น และ บ่วงช่วยชีวิตสีฟ้าอีก 1 เส้น หากท่านใดสนใจในตัวสินค้าอยากจะสั่งจองหรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้าเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 02-7035544 และอีกหนึ่งช่องทาง Line@ : @marinethai (มี@)

อ่านเพิ่มเติม »